กระดานข่าว หลักสูตรการอบรม โครงการอบรม อัลบั๊มภาพกิจกรรม บทเพลงส่งเสริมศีลธรรม คลิปวีดิโอค่ายพุทธบุตร แจ้งปัญหาการใช้งาน สร้างบล๊อกส่วนตัว พื้นที่ส่วนตัว ลงชื่อสมุดเยี่ยม
Welcome to Udomtam.com
  รวม:
 
 ชื่อ:  รหัสผ่าน: 
กำลังออนไลน์:   ธรรมะสวัสดี:连君笛  กระทู้: 1  โพสทั้งหมด: 10

[เทคนิคการสอน]...การสอนแบบสัมปหังสนา

แก้ไขล่าสุด TamDee เมื่อ 8-1-2011 11:14

การสอนแบบสัมปหังสนา


     สอนให้นักเรียนร่าเริง   คือไม่ทำให้เขาซบเซาหดหู่   แต่ทำให้นักเรียน
แจ่มใสปลอดโปร่งไม่ถึงกับต้องให้ตลกโปกฮาอย่างนักเล่นตลก   เพราะจำทำให้
ดูไม่สมกับอาการกริยาของนักเผยแผ่ธรรม  เพียงแต่ให้เขาร่าเริงแจ่มใสทางจิตใจ
และสีหน้าว่าเขายินดีพอใจที่จะพักจะเรียนก็นับว่าคงพอใช้ได้

หลักการพูดให้ร่าเริง           การพูดการสอนให้ผู้ฟังมีจิตใจร่าเริงนั้นอาจทำได้
                                 หลายวิธี  เช่น


           ๑.   หักมุม   หมายถึง พูดหักมุมจากความคิดเดิมของเขา  เช่นเขาคิดว่า
เราจะจบลงอย่างนั้น  ๆ  อย่างแน่นอน  แต่เรากลับหักมุมไปอีกแบบหนึ่ง  ตัวอย่าง

                พระ  :    เณร  เมื่อวานฉันเห็นหลวงพ่อนุ่งสบงตัวเดียวไปเทศน์บนศาลา
                เณร  :   ฮ้า...จริงหรือ  มีคนเยอะหรือเปล่า ?ฃ
                พระ  :   คนเต็มศาลาเลย
                เณร  :   หลวงพ่อไม่อายหรือ  ทำไมกล้านุ่งสบงตัวเดียวขึ้นเทศน์
                พระ  :   แล้วเณรนุ่งสบงที่ละ  ๒  ตัวพร้อมกันหรือ ?
                เณร  :   ??????????

           ๒.  คำทันสมัย    ความหมายของคำนี้ คือพูดให้ทันสมัยกับสภาพปัจจุบัน  กับวัย
ของผู้ฟัง  กับวุฒิของผู้ฟัง   เช่น

                "ถ้าพูดไปจะซึ้งไม่ซึ้ง  ก็แล้วแต่เธอ"
                "วันนี้พระอาจารย์อาจจะมา แบบปอน ๆ นะ"
                "การฟังเทศน์ก็อย่าไปเครียด  ทำตัวให้สบาย ๆ"

           ๓.  คำคล้องจอง   คือคำพูดสัมผัสอักษรคล้องจองได้ความหมาย  เอามาพูดเชื่อม
โยงกันได้สนุกสนาน  เช่น

                - อย่ากระแทกกระทุ้งลุงทอง  เพราะแกปวดท้องตั้งแต่เที่ยงคืน เดี๋ยวไม่ทันถึง
ท่านหมอเทียมจะทำให้ลุงทองท้อแท้
                 - น้ำคลำดำเต็มคลอง  มายืนมองน้ำคลองมันดำ น้ำคลองกลายเป็นน้ำคลำ
จะอาบจะดำต้องน้ำตานอง

              อย่างกลอนที่คล้องจองฟังแล้วรู้สึกให้อารมณ์ขำ ๆ  ได้เช่น

                     เมื่อมั่งมี        มากมาย        มิตรหมายมอง
                     เมื่อมัวหมอง   มิตรมอง        เหมือนหมูหมา
                     เมื่อไม่มี        หมดมิตร       มุ่งมองมา
                     เมื่อมอดม้วย   แม้หมูหมา     ไม่มามอง...

          ๔.  สร้อยคำ       คือการพูดต่อกันเป็นกลอนให้เกิดความสนุก  หรือประดับคำพูด
ให้ดูแพรวพราว  และมองเห็นภาพพจน์ได้ดียิ่งขึ้น   เช่น

                "ยังไม่จดก็ต้องจำ   ถ้าไม่จำก็ต้องจด คือจดเอาไว้จำ นักเรียนระยำทั้งไม่จำไม่จด"

           ๕.  พูดแบบตรงไปตรงหรือเปรียบเทียบ   เช่นคนเราจะต้องรู้จักทำหน้าที่ของใคร
ของมัน   ขืนไม่ทำก็ล่มจมเสียหาย  ทำแล้วก้าวก่ายกันไม่ได้   เหมือนจะทำให้ตามาชิมน้ำ
พริกแทนปากก็ไม่ได้เช่นกัน  หรือจะเอาหูมาดมกลิ่น  เอาลิ้นไปฟังเสียงมันก็ไม่ยอม คือ
ต่างคนต่างทำ  ต่างคนต่างดี

           ๖.  ใช้เกมเพลงหรือการแสดงท่าทางประกอบ   เช่น  เราสอนบอกให้เด็กเรียนเก่ง
ต้องใช้ธรรมะ คือ   สมาธิ + สติ  ต้องคอยจระจ้องมองครูแล้วก็ให้เขาแสดงไปด้วย เช่น
   "เอ้า   นักเรียน  ว่าตามอาจารย์และทำเหมือนอาจารย์
  ตาดู           เอานิ้วชี้  ทั้ง  ๒ ชี้ ที่     ตา
  หูฟัง                  "                    หู
   สองคิด              "                   ขมับ หรือ หัว
   จิตจดจ่อ            "                   หน้าอกซ้าย (หัวใจ)
  ไม่เข้าใจถาม         "                   ปาก
   กลับไปบ้านทบทวน     ทำมือเข้าหมุนรอบกัน



             แล้วว่ากลับไปกลับมา หรือทบทวนสัก  ๒-๓  รอบ  นักเรียนจะเกิด
ความสนุกสนานร่าเริง   แต่อาการกริยาที่แสดงออกเวลาพูด  อย่าให้ถึงขนาด
อาการของลิเกเป็นใช้ได้ ...
            สีหน้าท่าทางและการแสดงท่าทางประกอบนี้  นอกจากจะเพื่อรสชาติแก่
การสอนการพูดแล้วยังทำให้มีชีวิตชีวาสมจริงสมจัง  แต่ต้องให้พอเหมาะพอดี
และสอดคล้องกับคำพูดของเราด้วย...

          ๗.  การดัดแปลงแต่งเสริม  คือวิธีการเปลี่ยนแปลงจากของเก่าที่มีอยู่เสียใหม่
ให้เกิดคำใหม่ขึ้นมาให้ดูน่าฟัง  น่าสนใจยิ่งขึ้นเช่นพวก  โฆษณาในภาพยนตร์โฆษณา
ทางทีวีที่ฮิต ๆ  เช่น

                    "บริษัทอื่นเขาผลิต  กล้องถ่ายรูป  แต่มิต้า...ไม่"

              เราก็ดัดแปลงใช้ในการ  ปาฐกถา....
                    "คนอื่นกินเหล้า ....แต่  (สมศักดิ์)  ...ไม่"

          ๘.  การเล่าเรื่องประกอบที่ขำ  ๆ   ไม่หยาบโลนหรือสัปดนเกินไป  พอที่จะนำ
ไปประยุกต์ใช้กับการบรรยายการเทศน์  การสอนให้เข้าเรื่อง  นิทานต่าง ๆ  แม้นิทาน
ในชาดกในธรรมบทก็มีเหลือเฟือ  ถ้ารู้จักนำมาใช้ดังเรื่องที่จะกล่าวต่อไป........


---------------
ไฟล์แนบ:
ด้วยการแบ่งสิทธิ์ของกลุ่มสมาชิก สิทธิ์ของท่านจึงไม่เห็นรูปที่แนบไว้
คุณต้อง... เข้าสู่ระบบ คุณถึงจะสามารถดาวน์โหลดไฟล์นี้ได้ หรือคุณต้อง สมัครสมาชิก ก่อน !
กระทู้ยอดนิยม
สุคโต ภวควา ไปดี มีโชค
Copyright © 2008-2009 Design by Www.D1qq.Net All Rights Reserved.
Power by Discuz!7.0 : เราจะไม่นิ่งดูดาย หากประโยชน์นั้นจะพึงเกิดแก่ส่วนรวม : Www.Udomtam.com